กลิ่นชาหอมคลุ้งละมุนละไมลิ้นเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันมานาน รสชาติเฝื่อนผสมผสานกับน้ำร้อนได้อย่างกลมกล่อม หลายคนคุ้นเคยกับการดื่มด่ำแบบร้อน ควันฉุยลอยขึ้นแตะจมูกก่อนที่รสชาตินุ่มจะไหลลงสู่ลำคอ ในขณะที่อีกหลายคนชื่นชอบแบบเย็นสดชื่นชุ่มฉ่ำไปทั้งลำคอ

ความจริงการชงชานั้นเกิดขึ้นบนโลกนี้มากว่า 4000 ปี ศาสตร์แห่งเอเชียถือว่าการชงชาเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่มิใช่แค่เพียงการชงให้อร่อยเท่านั้น แต่เป็นการชงด้วยจิตวิญญาณ ทุกขั้นตอนต้องพิถีพิถัน แม้แต่กาที่ใช้บรรจุน้ำชานั้นก็ต้องผลิตจากวัสดุที่จะสามารถเก็บรักษาชาให้อร่อยได้ยาวนาน โดยที่รสชาติไม่เปลี่ยน ประเทศที่ขึ้นชื่อลือชาในรื่องศิลปะการชงชามากที่สุดคือประเทศจีน และญี่ปุ่น

ประเทศจีนนั้นแทรกซึมศิลปะการชงชาให้กับคนทุกชนชั้น เริ่มตั้งแต่เข้าเรียนจนถึงเมื่อเข้าสู่วัยการทำงาน เนื่องจากชานั้นเป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของชาวจีน โดยความชื่นชอบชาแต่ละชนิดนั้นจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ประเทศจีนจึงเป็นแหล่งของชามากมายหลายชนิด ทั้งชาแดง ชามะลิ ชาเขียว ซึ่งคนจีนนั้นจะละเมียดละไมตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์ไปจนถึงการชงและการลิ้มรส โดยมีอุปกรณ์ชงชาพื้นฐาน คือ

– เครื่องวัดอุณหภูมิความร้อน
– กาน้ำชงชา
– เหยือกดินเผา บรรจุน้ำร้อน
– แก้วชาและช้อนสำหรับตัก

คนจีนนั้นไม่นิยมใช้มือในการตักใบชา ด้วยเชื่อว่ามือคนเรานั้นมีความชื้นซึ่งอาจจะไปทำให้รสชาติในการชงชาเสียไปด้วย โดยการชงชานั้นจะเริ่มจากการตักใบชาออกมาจากบรรจุภัณฑ์ใส่ลงในกาสำหรับชงชา จากนั้นจึงเติมน้ำร้อนลงไป ซึ่งน้ำร้อนนั้นต้องเป็นน้ำสะอาดที่ไม่มีกลิ่นคลอรีน เพราะกลิ่นคลอรีนจะทำให้รสชาติของชาเสียหาย โดยพยายามควบคุมความร้อนให้อยู่ราว 92 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่สูตรของใครของมัน เพราะความชอบของแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางภาคของประเทศจีนนั้นนิยมน้ำเดือดจัด ด้วยว่ามันจะสามารถละลายรสชาติชาออกมาได้อย่างเข้มข้นมากกว่า เทคนิคอีกอย่างหนึ่งคือยามรินน้ำร้อนลงไปควรยกกาน้ำร้อนให้สูง เนื่องจากจะได้ทำให้น้ำร้อนนั้นกระจายใบชาที่อาจจะกระจุกกันอยู่ในแยกออกจากกัน และทำให้ได้ชาที่รสชาติดีเต็มที่ ทันทีที่เทน้ำร้อนลงไปแล้วนั้นต้องรีบเทน้ำแรกทิ้งทันที เพราะน้ำแรกนั้นเข้มข้นเกินไปทำให้รสชาติชาแก่จัดไม่นุ่มละมุนลิ้น นอกเสียจากว่าใครจะมีรสนิยมชอบดื่มชารสจัดมากเท่านั้น ก่อนจะเทน้ำร้อนใหม่ลงไปอีกครั้ง เช่นเดียวกันว่าควรจะเทน้ำให้สูงเหมือนในครั้งแรก ก่อนจะปิดฝาราวหนึ่งนาทีเพื่อให้น้ำร้อนนั้นดึงรสชาติของชาออกมาอย่างเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยรินน้ำชาโดยไม่ควรยกกาน้ำชาให้สูงมากเกินไปเนื่องจากน้ำชาจะสัมผัสอากาศแล้วอาจจะทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการชงชาจีนคือ ทุกขั้นตอนนั้นต้องมีสมาธิจดจ่อตลอดเวลาไม่วอกแวก เพราะเพียงนิดเดียวที่ขั้นตอนผิดพลาดอาจจะทำให้รสชาติชานั้นเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากชาจะเป็นเหมือนวิถีชีวิตและจิตวิญญาณแล้ว การชงชานั้นเปรียบเสมือนหน้าตาของเจ้าของบ้านอีกด้วย สำหรับคนจีนนั้น หากมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่บ้านจะชงชาสุดฝีมือ เพื่อถือว่าเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่มีน้ำใจมาเยี่ยมเยือน ยิ่งถ้าได้รับคำชม เจ้าของบ้านจะภาคภูมิใจมาก เพราะฉะนั้นการชงชาในประเทศจีน นอกจากความอร่อยแล้ว การชงชายังเป็นเรื่องของเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเจ้าของชาอีกด้วย

Related Posts with Thumbnails

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *